HOT NEWS
เขียนโดย วารุ วิชญรัฐ    PDF พิมพ์ อีเมล
รถเที่ยวสุดทายจากตองยี สันติภาพก่อนรถเที่ยวสุดท้าย


เหตุการณ์หลากหลายที่เกิดขึ้นในโลก หลายครั้งวรรณกรรมก็เป็นเครื่องมือบันทึกเรื่องราวเหล่านั้น
ไม่ว่าสงครามหรือสันติภาพ หากเป็นเรื่องดีก็ควรจดจำ แต่หากเป็นเรื่องร้ายก็ควรจำให้ยิ่งกว่า เพื่อว่าจะได้เป็นบทเรียน
เหมือนวรรณกรรมเลื่องชื่อลือนามเรื่องรถเที่ยวสุดท้ายจากตองยี โดยนักเขียนรางวัลศรีบูรพาคนที่ ๑๗ สมบูรณ์ วรพงษ์ ที่ยังทรงคุณค่าและเป็นบันทึกประวัติศาสตร์การเมืองของพม่าช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ และความขัดแย้งก็ยังดำเนินเรื่อยมาจนปัจจุบัน

เรื่องราวเล็กๆ ของพยาบาลสาวผู้อุทิศตนให้เพื่อนมนุษย์โดยไม่แบ่งเขาแบ่งเราท่ามกลางการสู้รบในประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของชนชาติหลากหลายกลุ่มในพม่า ก็อาจเป็นเสมือนเครื่องมือของสันติภาพที่ส่องสว่างดังแสงเทียนในคืนไร้ดาว

สมบูรณ์ วรพงษ์ นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนปรินซ์รอแยลและยุพราชวิทยาลัย เริ่มชีวิตการงานด้วยการเป็นครูที่รัฐฉานในพม่า ได้พบเห็นเรื่องราวหลากหลาย จนกลับมาเรียนวิชาครู จนได้ประโยคครูพิเศษมัธยม (พ.ม.) จากนั้นไปเรียนประกาศนียบัตรหนังสือพิมพ์ภาคค่ำที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เริ่มงานหนังสือพิมพ์ที่หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย ต่อด้วยบางกอกเดลิเมล์ และเสียงอ่างทองที่ต่อมากลายเป็นไทยรัฐ จน
ได้เป็นบรรณาธิการ และทำงานในมูลนิธิไทยรัฐในระยะหลัง

ตลอด ๕๐ ปีของการทำงาน งานเขียนนับไม่ถ้วนชิ้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับปัญหาการเมืองในพม่า ทั้งงานสะท้อนปัญหาสังคมที่หลากหลาย และสารนิยายที่ทรงคุณค่าอีกหลายเรื่อง อีกทั้งมีชีวิตที่เป็นแบบอย่างดีงาม ประกอบสัมมาชีพอย่างมีศักดิ์ศรี นอกจากนี้ยังได้ทุ่มเทช่วยเหลืองานสังคมโดยเฉพาะการเล่าเรียนของเยาวชน จึงได้รับรางวัลศรีบูรพา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๗

เรื่องราวในรถเที่ยวสุดท้ายจากตองยี ระอุขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ด้วยเหตุที่การเมืองในพม่าหลังการได้รับเอกราชจากอังกฤษนั้นไร้เสถียรภาพ เพราะไม่อาจจัดการบริหารชนกลุ่มน้อยต่างๆ และด้วยความขัดแย้งจนเกิดการสู้รบของชนกลุ่มน้อยอันเป็นผลมาจากรัฐบาลกลางพม่าฉีก "สัญญาที่ปางหลวง" อันเป็นสนธิสัญญาประนีประนอมระหว่างรัฐบาลพม่าและชนกลุ่มน้อยเพื่อรวมกันต่อสู้กับอังกฤษและหากได้ชัยชนะแล้ว รัฐบาลกลางของพม่าก็จะยอมให้ชนกลุ่มน้อยปกครองตนเอง สนธิสัญญานี้ร่างขึ้นโดยมีนายพลอองซานเป็นแกนนำ หากต่อมาฝ่ายต่อต้านการให้ชนกลุ่มน้อยปกครองตนเองก็จับกุมบรรดาเจ้าฟ้าซึ่งเป็นผู้นำของชนกลุ่มน้อยมาสังหารทั้งหมด รวมทั้งลอบสังหารนายพลอองซานในที่สุด เป็นที่มาของบทเพลง "ลีกล่มที่ป๋างโหลง" ของชาวไทยใหญ่ ความปั่นป่วนวุ่นวายก็เกิดขึ้นนับแต่บัดนั้นและนับเป็นช่วงเวลาที่บ้านเมืองพม่าต้องระส่ำระสายอย่างยิ่งช่วงหนึ่ง

ช่วงชีวิตของสมบูรณ์ วรพงษ์ ที่ได้เดินทางไกลเข้าไปในรัฐฉานของพม่าในห้วงเวลาอันสับสนนั้น ประหนึ่งเป็นการ "ผจญภัย" ไปไกลถึงเมืองปั่น เมืองยองห้วย น้ำคำ ตองยี ลางเคือ ได้พบเห็นความเสื่อมโทรม การสู้รบและการเปลี่ยนแปลงหลากหลาย ได้เห็นการมีมนุษยธรรมที่กว้างไกลไร้พรมแดนของหมอและพยาบาลชาวพม่าและไทยใหญ่ที่เยียวยาทั้งโรคภัยไข้เจ็บของผู้คนเป็นผลจากคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่และภัยคุกคามจากการสู้รบ จนพยาบาลบางคนอาจต้องอุทิศชีวิตเพราะสงครามนั้นย่อมไม่มีข้อยกเว้น

กระทั่งใครบางคนไม่อาจอดทนต่อความทุกข์เข็ญจากโครงสร้างบ้านเมืองที่กำลังเสื่อมโทรม ทั้งจากคอร์รัปชั่น การพนันที่ระบาดไปทั่ว ผู้คนอดอยากเจ็บไข้ล้มตายเป็นเบือ จนต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ด้วยวิถีทางที่เสมือนตาต่อตาฟันต่อฟัน หากในที่สุดด้วยวิธีเช่นนี้ ก็ก่อผลร้ายเกินกว่าจะแก้ไขอะไรได้ จนกระทั่งต้องสูญชีวิตกันไปทั้งสองฝ่าย

กระทั่งเหตุการณ์ระอุเมื่อกองกำลังกะเหรี่ยงและชนกลุ่มน้อยเข้ายึดเมืองต่างๆ เช่นตองยีหรือตองกี่ในรัฐฉาน จนสมบูรณ์ต้องหนีระหกระเหินกลับเข้ามาในประเทศไทย เรื่องราวอันระทึกและสะเทือนใจในคราวนั้น ถูกกลั่นกรองกลายเป็น "รถเที่ยวสุดท้ายจากตองยี" อันเป็นบันทึกเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและความเสื่อมโทรมของบ้านเมืองอันเกิดจากความแตกแยกในพม่าและสาระของความดีงามที่ไม่ยอมแพ้แก่ความโฉดเขลา

ที่สำคัญ สารนิยายเรื่องนี้ยังบันทึกเรื่องราวเล็กๆ หากสำคัญยิ่งสำหรับนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๔ ของไทย นั่นคือสมบูรณ์ได้พบปะกับ พ.ท. พโยม จุลานนท์ บิดาของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่เมืองหาง ในรัฐฉาน อันเป็นที่พำนักในช่วงหนึ่งของ "สหายคำตัน" ก่อนเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในฐานะเสนาธิการของ พคท.

รถเที่ยวสุดท้ายจากตองยี พิมพ์ครั้งแรกลงเป็นตอนๆ ที่สยามสมัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๓ ได้รับความนิยมมากพอสมควรและนับเป็นการจุดประกายการเขียนหนังสือให้กับสมบูรณ์ วรพงษ์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ต่อมาเรื่องนี้ได้รับการพิมพ์โดยสำนักพิมพ์สุขภาพใจ
มาบัดนี้ สำนักพิมพ์มติชน ได้จัดพิมพ์ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยเพิ่มเติมภาคจบ เป็น"รถเที่ยวสุดท้ายจากตองยี ฉบับสมบูรณ์"

แม้ว่าเรื่องราวในรถเที่ยวสุดท้ายจากตองยี จะเกิดขึ้นมานานกว่า ๕๐ ปี แต่นั่นดูเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ยืดเยื้อต่อมาตลอดกาล เรื่องราวความไม่สงบ การกดขี่ชนกลุ่มน้อย การสู้รบและบ้านแตกสาแหรกขาดในประเทศเพื่อนบ้าน ก็เป็นสิ่งที่เรายังได้ยินอยู่ไม่รู้จักจบสิ้น การเป็นประเทศปิดไม่ติดต่อกับสังคมโลกอย่างเปิดเผยแบบพม่า ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นานาชาติแทบไม่ได้รับรู้ข่าวคราวของประชาชนและชนกลุ่มน้อยจะรับรู้ก็โดยช่องทางพิเศษเช่นจากองค์กรระหว่างประเทศที่ทำงานด้านมนุษยธรรม และข่าวเกือบทั้งหมดที่นานาชาติได้รับรู้ก็มักเป็นข่าวร้าย ราวกับไม่อาจเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

เรื่องราวของสันติภาพและความร่มเย็นในบ้านเมือง เป็นเรื่องที่มนุษยชาติต่างใฝ่หา และหากรัฐเมินเฉยต่อความสุขในชีวิตของประชาชน ไร้ความสามารถที่จะสร้างภราดรภาพในชาติ จนเกิดความแตกแยกระหว่างชนกลุ่มต่างๆ ผลสุดท้ายก็คือบ้านเมืองก็จะล่มสลายเหมือนในสารนิยายเรื่องนี้

ในวันที่พม่ากลายเป็นเมียนมาร์แล้วในปัจจุบัน หากความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นน้อยแสนน้อยในดินแดนที่เต็มไปด้วยชนชาติหลากหลาย ไม่ว่าความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน โดยเฉพาะเส้นทางสันติสุขอันยาวไกลที่ไม่ควรถูกบันทึกว่า เป็น "รถเที่ยวสุดท้าย" ที่ไปแล้วไปลับของชาวพม่า

ความดีแท้จริงไม่มีแบ่งแยกเพศ ชนชาติ และศาสนา ใครบางคนอาจยอมเสียสละอุทิศตนได้เพราะเชื่อมั่นในความดีและวิถีแห่งสันติภาพเช่นในรถเที่ยวสุดท้ายจากตองยี เพราะแม้มนุษย์ยังคงรบราฆ่าฟัน แต่วิถีสันติภาพก็ไม่มีวันยอมแพ้อยู่เช่นกัน ....

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


หนัง VCD / เพลง ยอดนิยม

หนังสือน่าอ่าน

ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล

งวดวันที่ 16 พฤษภาคม  2556
รางวัลที่ 1
687125
รางวัลเลขท้าย 3 ตัว
390  034  261  945
รางวัลเลขท้าย 2 ตัว
56
ตรวจผลสลากทั้งหมดคลิกที่นี่





ติดต่อเว็ปคนเครือไท
editor@khonkhurtai.org

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities.

Why should I upgrade to Internet Explorer 7? Microsoft has redesigned Internet Explorer from the ground up, with better security, new capabilities, and a whole new interface. Many changes resulted from the feedback of millions of users who tested prerelease versions of the new browser. The most compelling reason to upgrade is the improved security. The Internet of today is not the Internet of five years ago. There are dangers that simply didn't exist back in 2001, when Internet Explorer 6 was released to the world. Internet Explorer 7 makes surfing the web fundamentally safer by offering greater protection against viruses, spyware, and other online risks.

Get free downloads for Internet Explorer 7, including recommended updates as they become available. To download Internet Explorer 7 in the language of your choice, please visit the Internet Explorer 7 worldwide page.