HOT NEWS
เขียนโดย Khonkhurtai    วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2009 เวลา 14:00 น.    PDF พิมพ์ อีเมล
สถานการณ์รัฐฉานปัจจุบัน

ประชาชนในตัวเมือง

แต่ละเมืองจะมีกองทหารพม่าประจำอยู่ทางเข้าและทางออก สำหรับด้านที่ไม่มีกองทหารตั้งทัพอยู่ก็จะเกณฑ์ให้ชาวบ้านสร้างรั้วล้อมรอบเขตชานเมืองทุกด้าน ทางเข้าและทางออกจะมีด่านตรวจ และมีการเปิด-ปิดเป็นเวลา ด้านที่ไม่มีทหารอยู่ ประชาชนต้องทำด่านไว้ แล้วก็สับเปลี่ยนกันวันละบ้านไปเฝ้าเป็นยามตลอด 24 ชั่วโมง หากมีอะไรผิดสังเกตต้องรายงานให้ทราบทันที หากมีญาติมาพักแรมตามบ้าน หรือมีแขกมาพักตามโรงแรมต้องรายงานเจ้าหน้าที่ทหารให้ละเอียด แต่ละเมือง (จังหวัด) จะมีการเปิดบ่อนการพนัน และหวยอย่างเสรีทั้งกลางวันและกลางคืน โดยต้องส่งบำเหน็จให้ทหาร

ระบบเก็บภาษีมีสองแบบ แบบหนึ่งต้องเสียเป็นรายปี แบบที่สองเป็นแบบที่ไม่มีข้อกำหนด โดยขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าหน้าที่ แต่ประชาชนต้องเสียทั้งสองรูปแบบ เจ้าหน้าที่จะทำหนังสือถึงผู้ใหญ่บ้านเองว่า ต้องการอะไร จำนวนเท่าใด และต้องส่งให้ถึงมือเจ้าหน้าที่เมื่อใด สิ่งที่ถูกสั่งให้จัดให้มีหลายรูปแบบ เช่น เงิน รถ เกวียน กำลังคนทำงาน มีทั้งงานลูกหาบ และงานอื่น ๆ (ทหารพม่าทำไร่ ทำนาเอง โดยบังคับให้ชาวบ้านทำให้) การขุดหลุมเพาะ การเก็บเกี่ยวพืชผล พืชธัญญาหารอื่น ๆ ไม้สัก ไม้ไผ่ ไม้ฝา ไม้พื้น ไม้รั้ว ฟืน น้ำ ม้า วัว ควาย ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้ ไม่มีการกำหนดเป็นระยะเวลาที่แน่นอนที่จะต้องส่งให้ แต่ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าหน้าที่ทั้งจำนวนรายการ และวันเวลาที่ต้องจัดส่งให้
 
การศึกษาของชาวชนบท
          
เรื่องการศึกษาของชาวชนบทนั้น ขึ้นอยู่กับพระสงฆ์เป็นหลัก เมื่อพระสงฆ์ในวัดมีการศึกษา (ทางศาสนา) หน่อย ชาวบ้านก็จะส่งลูกชายเข้าเรียน โดยเป็นเด็กวัดบ้าง บวชเป็นสามเณรบ้าง แต่โดยส่วนใหญ่จะบวชเป็นสามเณร เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย บางรูปก็จะถูกส่งให้ไปศึกษาต่อในตัวเมืองในรัฐฉานเอง หรือส่งไปศึกษาวัดไทยใหญ่ที่ย่างกุ้งต่อ พระอาจารย์บางรูปก็นำเข้ามาศึกษาต่อตามชายแดนไทย แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับจำนวนเด็กทั้งหมดแล้ว เด็กที่ได้ไปศึกษาต่อในที่อื่นมีจำนวนน้อยมาก ส่วนใหญ่จึงไม่ได้เรียนหนังสือ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง ไม่มีโอกาสใดเลยที่จะได้รับการศึกษาในทุกรูปแบบ มีเพียงเป็นบางปีที่พระสงฆ์จากในตัวเมืองจัดทำโครงการอบรมศีลธรรมจริยธรรมและสอนภาษาไทยใหญ่ให้ในภาคฤดูร้อนหนึ่งเดือน ซึ่งก็ไม่ได้จัดทำในทุกพื้นที่ หรือทุกหมู่บ้าน เห็นจะมีเพียงเท่านี้กระมังที่เด็กในชนบทสามารถได้สัมผัสการเรียนหนังสือ
 
กองกำลังในรัฐฉาน

 ในรัฐฉานจัดว่าเป็นถิ่นที่มีความยุ่งยากที่สุดก็ว่าได้ เพราะในแต่ละพื้นที่จะมีกองกำลังทหารต่าง ๆ มากมาย ทั้งทหารพม่า กองกำลังไทยใหญ่กู้ชาติ ทหารไทยใหญ่กลุ่มที่ทำการสงบศึก ทหารชนกลุ่มน้อยที่พม่าให้การอุดหนุน มีทั้งทหารปะโอ ทหารว้า ทหารมูเซอ ทหารโกก้าง

ในรัฐฉานภาคเหนือ มีกองกำลังสามประเภท คือ
1. กองกำลังทหารพม่า (เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ ในตัวเมือง)
2. กองกำลังไทยใหญ่กลุ่มที่ทำสัญญาสงบศึก กลุ่มนี้มีสองกลุ่ม (มีกำลังเคลื่อนไหวอยู่ทั้งในป่า และตัวเมือง)
3. กองกำลังชนกลุ่มน้อยที่ได้รับการอุดหนุนให้เคลื่อนไหวจากพม่า (เคลื่อนไหวอยู่บริเวณดอยหม่อ)
4. กองกำลังกลุ่มขุนส่าเก่า (เคลื่อนไหวอยู่บริเวณดอยหม่อ เมืองหล้าเสี้ยว)
5. กองกำลังคะฉิ่น (เคลื่อนอยู่บริเวณ ชายแดนรัฐฉาน-คะฉิ่น และเมืองหมู่เจ้ น้ำคำ)
             
กองกำลังทั้งห้ากลุ่มนี้สามารถเคลื่อนไหวกองกำลังได้ค่อนข้างอิสระทั้งในตัวเมืองและชนบท
ประเภทที่หก หมายถึง กองกำลังกู้ชาติไทยใหญ่ ที่ไม่ทำสัญญาหยุดยิงกับพม่า (เคลื่อนไหวอยู่ในป่า)

ในรัฐฉานภาคใต้        
กองกำลังที่เคลื่อนไหวอยู่ในแถบนี้ประกอบด้วยกองกำลังต่าง ๆ ดังนี้
1.    กองกำลังพม่า (เคลื่อนไหวอยู่ในตัวเมืองทุกเมือง บริเวณไหล่ทางหลวง หมู่บ้านที่ล่อแหลม และตามจุด
ยุทธศาสตร์ตามชายแดนไทย)
2.    กองกำลังสหรัฐว้าเคลื่อนไหวอยู่บริเวณรัฐฉานตะวันออกและใต้ คือบริเวณชายแดนจีน และตามจุดยุทธศาสตร์ชายแดนไทย
3.    กองกำลังกู้ชาติไทยใหญ่ (ตามชนบท ป่า และภูเขาอันเป็นจุดยุทธศาสตร์ เช่น ดอยไตแลง ดอยก่อวัน ดอยก่อเมือง ฯลฯ)

กองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากพม่าประกอบด้วย
1.    กองกำลังปะโอ (เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ เมืองหยองห้วย เมืองต๋องกี้ เมืองปางโหลง)
2.    กองกำลังว้า (เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ เมืองปางซาง ต้างยาน และฝั่งตะวันออกแม่น้ำสาลวินทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยเชียงตุง เมืองยาง เมืองยอน เมืองโต๋น ปุ่งป่าแขม เมืองต้อ เมืองทา และหัวเมือง)
3.    กองกำลังอิสระที่พม่าอุดหนุน (เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ เมืองกึ๋ง ปางโหลง)
4.    กองกำลังมูเซอ (เคลื่อนไหวอยู่บริเวณเมืองปั่น เมืองโต๋น ปุ่งป่าแขม)
5.    กองกำลังโกก้าง (เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ เมืองยาง เมืองลาชายแดนจีน)
6.    กองกำลังมหาจฺย่า (เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ บ้านหัวเมือง เมืองลางเคอ เมืองนาย  เมืองต๋องกี้)
 
การถูกบังคับให้เคลื่อนย้ายถิ่นฐานในรัฐภาคใต้ และภาคตะวันออก
           
ร้อยละแปดสิบของประชาชนรัฐฉานอาศัยอยู่ตามชนบท หลังจากที่กองกองทัพเมืองไต (M.T.A.) ภายใต้การนำของขุนส่าได้วางอาวุธให้กับพม่าในเดือนต้นมกราคม พ.ศ.2539 (1996) แล้ว เพื่อป้องกันการก่อตัวขึ้นมาใหม่ และเพื่อตัดฐานกำลังบำรุงของกองกำลังกู้ชาติไทยใหญ่ จึงเกิดการบังคับประชาชนที่อาศัยอยู่ตามชนบทในภาคใต้ และภาคตะวัตนออกของรัฐฉานให้เคลื่อนย้ายจากชนบทเข้าสู่ไปอยู่ในตัวเมือง และชานเมือง โดยกำหนดเวลาของการเคลื่อนย้ายให้แล้วเสร็จภายใน 3-5 วันเป็นอย่างมาก หากพ้นกำหนดดังกล่าวแล้ว ถูกทหารพบเห็นเข้าก็จะถูกทรมานหรือยิงตาย ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดเหตุการณ์ฆ่าหมู่ เผาหมู่ และการข่มขืนอย่างมากมายระหว่างปี ค.ศ.1996-2002 ในจำนวนประชาชนที่ถูกไล่นี้หลายแสนคน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

1.    กลุ่มหนึ่ง ย้ายไปอยู่ในตัวเมือง หรือบริเวณที่ถูกกำหนดให้อยู่
2.    กลุ่มหนึ่ง ย้ายเข้าไปอยู่ในป่าลึก ประเภทนี้เป็นพวกที่ค่อนข้างจะยากจน หากไปอยู่ในเมืองก็คงอดตาย เพราะไม่มีทรัพย์สินและที่ทำกิน จึงต้องเข้าไปอยู่ตามป่าเขา
3.    และกลุ่มหนึ่ง ย้ายโดยมุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศไทย กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเข้ามาอาศัยทำงานรับจ้างดูแลสวนส้ม สวนลิ้นจี่ เป็นลูกจ้างทำไร่ และทำงานรับจ้างอื่น ๆ อยู่ตามอำเภอชายแดนไทยตั้งแต่เชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน เช่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ในทุกสวนมีชาวไทยใหญ่ทำงานอยู่ทั้งนั้น นับได้เป็นจำนวนหมื่น  โดยได้รับค่าจ้างอย่างต่ำวันละ 30 บาท อย่างสูงวันละ 60 บาท และยังมีประชาชนอีกจำนวนมาก ที่ลี้ภัยมาแต่ไม่สามารถเข้าสู่ประเทศไทยได้ จึงต้อพักพิงอยู่ตามป่าเขา เช่น กลุ่มที่มาตรงที่มีกองกำลังกู้ชาติไทยใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งทุกจุดจะมีประชาชนมาอาศัยอยู่เพื่อความปลอดภัย ซึ่งที่ดอยก่อวัน ดอยก่อเมือง ตรงข้าม อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงรายก็เกือบพันกว่าคน ที่ดอยดำ ตรงข้าม อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ และที่ดอยไตแลง ตรงข้ามอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็มีจำนวนเป็นพันคน

อีกกลุ่มหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบเมื่อต้นปี 2545 และลี้ภัยเข้ามายังฝั่งไทยจำนวนกว่า 400 คน โดยได้สร้างกระท่อมอาศัยอยู่ภายในวันหมากกายยอน ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ผู้ลี้ภัยทุกกลุ่มตามแนวชายแดนไม่ได้รับ หรือส่งเสริมให้ได้รับความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมจากองค์กรรัฐแต่อย่างใด
 
พรรคการเมืองไทยใหญ่

พรรคการเมืองไทยใหญ่ได้ก่อกำเนิดขึ้นภายหลังการเรียกร้องประประชาธิปไตยในปี พ.ศ.2531 (1988) มีชื่อว่า Shan National league Democracy Party (SNLD) หรือ พรรคสันนิบาตแห่งชาติไตเพื่อประชาธิปไตย (ป่าตี่หัวเสือ)  ปัจจุบัน ขุนทุนอู เป็นหัวหน้าพรรค ตอนที่มีการเลือกตั้งเมื่อปี 2531 นั้น พรรคสันนิบาตแห่งชาติไตเพื่อประชาธิปไตยได้จำนวน ส.ส. มากเป็นอันดับที่สองรองจากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของนางอ่องซานซูจี และได้จำนวน ส.ส.มากเป็นอันดับหนึ่งในรัฐฉาน ปัจจุบัน ขุนทุนอู หัวหน้าพรรคยังเป็นประธานของชนชาติมิใช่พม่าอีกด้วย องค์กรระหว่างประเทศที่ส่งตัวแทนเข้าไปเจรจากับทหารพม่า หรือนางอ่องซานซูจี ก็ไปพบขุนทุนอูด้วย ปัจจุนบันขุนทุน อู ถูกพร้อมด้วยผู้นำไทยใหญ่หลายท่านประกอบด้วยนายพลเสือแท่น ถูกกล่าวหาและจับกุมขังอยู่ในคุกอินเส่ง

ถึงแม้ว่าขณะนี้จะไม่สามารถทำงานตามระบอบประชาธิปไตยได้อย่างเต็มที่ก็ตาม แต่พรรคสันนิบาตแห่งชาติไตเพื่อประชาธิปไตย (SNLD) ก็ยังคงเป็นความหวังของประชาชนชาวไทยใหญ่ว่า หากมีการผ่อนปรนทางการเมือง พรรคสันนิบาตแห่งชาติไตเพื่อประชาธิปไตย จะสามารถทำหน้าที่เป็นผู้แทนในการรักษาผลประโยชน์ และพัฒนารัฐฉานให้มีความเจริญรุ่งเรืองเฉกเช่นอารยประเทศทั้งหลายอย่างแน่นอน


รวบรวมโดย "คนเครือไท www.khonkhurtai.org"
คนเครือไท เป็นศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับไทใหญ่ - รัฐฉาน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรการเมืองและการทหารกลุ่มใด 
 

 
แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 03 ธันวาคม 2009 เวลา 16:48 น. )
 

หนัง VCD / เพลง ยอดนิยม

หนังสือน่าอ่าน

ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล

งวดวันที่ 16 พฤษภาคม  2556
รางวัลที่ 1
687125
รางวัลเลขท้าย 3 ตัว
390  034  261  945
รางวัลเลขท้าย 2 ตัว
56
ตรวจผลสลากทั้งหมดคลิกที่นี่





ติดต่อเว็ปคนเครือไท
editor@khonkhurtai.org

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities.

Why should I upgrade to Internet Explorer 7? Microsoft has redesigned Internet Explorer from the ground up, with better security, new capabilities, and a whole new interface. Many changes resulted from the feedback of millions of users who tested prerelease versions of the new browser. The most compelling reason to upgrade is the improved security. The Internet of today is not the Internet of five years ago. There are dangers that simply didn't exist back in 2001, when Internet Explorer 6 was released to the world. Internet Explorer 7 makes surfing the web fundamentally safer by offering greater protection against viruses, spyware, and other online risks.

Get free downloads for Internet Explorer 7, including recommended updates as they become available. To download Internet Explorer 7 in the language of your choice, please visit the Internet Explorer 7 worldwide page.