|
||||
| รัฐฉาน และ การต่อสู้เพื่อเอกราช |
|
รัฐฉาน หรือ เมืองไต เป็นแดนดินถิ่นพุทธศาสนา พรั่งพร้อมด้วยศิลปวัฒนธรรมอันงดงามที่สืบเนื่องมาแต่โบราณกาล ลักษณะภูมิประเทศของรัฐฉานเต็มไปด้วยภูเขาสูงและผืนป่า รัฐฉานจึงเต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่า สินค้าส่งออกที่สำคัญของรัฐฉานจึงเป็นจำพวกแร่ธาตุและไม้ชนิดต่างๆ ปัจจุบันรัฐฉานเป็นส่วนหนึ่งของประเทศพม่า มีชายแดนติดกับประเทศไทยด้านตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐ รัฐฉาน ในอดีตกาลมีชื่อเรียกว่า “ไต” หรือที่เรียกกันว่า เมืองไต มีประชากรหลายชนชาติและอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข โดยมีชนชาติไทใหญ่อาศัยอยู่มากที่สุด เมืองไตเคยมีเอกราชในการปกครองตนเองมาเป็นเวลาหลายพันปี ก่อนที่อังกฤษจะขยายอิทธิพลเข้ามาถึง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเมืองไตกับพม่าในอดีตนั้นจัดเป็นอิสระต่อกัน หรือกล่าวได้ว่าเป็นคนละอาณาจักรกันเหมือนดั่งอาณาจักรอยุธยากับอาณาจักรเขมร อาณาเขตของเมืองไต ในอดีตประกอบด้วยเมืองรวมทั้งหมด 33 เมือง (ปัจจุบันแยกเป็น 60 เมือง หรือ 60 อำเภอ) แต่ละเมือง ปกครองด้วยระบบเจ้าฟ้าสืบต่อเนื่องกันมาตั้งแต่อดีต และถึงแม้จะมีเจ้าฟ้าปกครองหลายเมืองแต่ทุกเมืองก็รวมกันเป็นแผ่นดินชนชาติไตเนื่องมาจากที่ตั้งของเมืองไตอยู่ใกล้กับประเทศพม่า เมืองไตกับประเทศพม่ามีการติดต่อค้าขายช่วยเหลือ และให้ความเคารพซึ่งกันและกันมาโดยตลอด เห็นได้จากในช่วงที่เจ้าฟ้าเมืองไตปกครองประเทศพม่าประมาณเกือบ 300 ปีไม่เคยมีการสู้รบกันเกิดขึ้นและยังมีการติดต่อค้าขายยังดำเนินไปอย่างสันติสุขเช่นกัน จนกระทั่งมาถึงสมัยบุเรงนองได้มีการสู้รบกันกับเจ้าฟ้าเมืองไตกับกษัตริย์พม่าเกิดขึ้น โดยฝ่ายเจ้าฟ้าเมืองไตเป็นฝ่ายพ่ายแพ้จึงทำให้ราชวงศ์เจ้าฟ้าบางเมือง ต้องจบสิ้นไปดังเช่นราชวงศ์เจ ้าฟ้าเมืองนายซึ่งเป็นราชวงศ์ของกษัตริย์มังราย นอกจากนี้ยังมีอีกหลายราชวงศ์ที่ต้องสูญสิ้น ไปเพราะการสู้รบกับบุเรงนอง จนมาถึงในสมัยอลองพญา(พ.ศ. 2305–2428) ซึ่งเป็นสมัยที่อยุธยาตกเป็นเมืองขึ้นของพม่ากษัตริย์พม่าได้ทำการปราบปรามราชวงศ์ หรือผู้สืบเชื้อสายของเจ้าฟ้าไทใหญ่จนหมดสิ้นไปเป็นจำนวนมาก อาจกล่าวได้ว่าไตได้เป็นเมืองขึ้นของพม่าไปแล้ว และในช่วงเวลานี้ทหารพม่าได้เริ่มการกดขี่ข่มเหงทำร้ายคนไตทำให้คนไตรู้สึกเกลียดชังคนพม่านับตั้งแต่นั้น พ.ศ.2428 อังกฤษได้ทำการจับกุมและยึดอำนาจกษัตริย์พม่า ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2428 และขยายอาณาเขต ไปยังเมืองเชียงตุงทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองไตในปีเป็นเมืองขึ้น พ.ศ.2433 และเพิ่งประกาศว่า"อังกฤษได้ยึดเอาเมืองไตเรียบร้อยแล้ว" เนื่องจากประเทศพม่าซึ่งตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มและเมืองไต ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาไม่ใช่ประเทศเดียวกันอังกฤษจึงไม่ได้ทำการเข้ายึดพร้อมกันและถึงแม้อังกฤษ จะยึดทั้งสองเมืองเป็นเมืองขึ้นของต้นแต่อังกฤษก็ไม่ได ้ปกครองทั้งสองเมืองในลักษณะเดียวกัน หากแบ่งการปกครองออกเป็นสองลักษณะคือประเทศพม่าเป็นเมืองใต้อาณานิคม ส่วนเมืองไตเป็นเมืองใต้การอารักขา และอังกฤษยัง ได้ทำการจับกุมกษัตริย์พม่าและกำจัดราชวงศ์ทั้งหมดของกษัตริย์พม่า ส่วนเมืองไตอังกฤษไม่ได้ทำลายราชวงศ์เจ้าฟ้า อีกทั้งยังสนับสนุนให้เจ้าฟ้าแต่ละเมืองมีอำนาจปกครองบ้านเมืองของตนเอง และได้สถาปนาให้เมืองทั้งหมดเป็นสหพันธรัฐฉานขึ้นกับอังกฤษ มิได้เป็นส่วนหนึ่งของพม่าแต่อย่างใด ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางการพม่าพยายามโน้มน้าวเหล่าบรรดาเจ้าฟ้าไตให้เข้าร่วมเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษ เจ้าฟ้าไตจึงได้ร่วมลงนามในสนธิสัญญาปางโหลง เมื่อปี พ.ศ. 2490 กับชาวพม่าและกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อขอเอกราชจากอังกฤษ โดยสัญญาดังกล่าวได้นำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งระบุให้ชนชาติที่ร่วมลงนามในสัญญาสามารถแยกตัวเป็นอิสระได้หลังจากอยู่ร่วมกันครบสิบปี แต่เมื่ออังกฤษได้ให้เอกราชกับพม่าและไตแล้ว รัฐบาลกลางพม่าไม่ยอมทำตามสัญญาและพยายามการรวมดินแดนให้เป็นของประเทศพม่า เหตุนี้จึงทำให้ชาวไตหรือไทใหญ่จึงก่อตั้งกองกำลังกู้ชาติของตนเองขึ้นในปี พ.ศ. 2501 (ค.ศ.1958) ทางรัฐบาลทหารพม่าได้ใช้ระบอบเผด็จการทหารกับชาวไต อีกทั้งยังได้ทำลายพระราชวังของไทใหญ่ในเมืองเชียงตุงและอีกหลายเมือง และเข้ามาจัดการศึกษาเกี่ยวกับพม่าให้แก่เด็กในพื้นที่ รัฐบาลทหารพม่าได้บังคับให้ประชาชนกว่า 3 แสนคนย้ายที่อยู่ ประชาชนมักถูกเกณฑ์ไปบังคับใช้แรงงาน ทั้งโครงการก่อสร้างและเป็นลูกหาบอาวุธให้ทหาร ทำให้มีผู้ลี้ภัยจำนวนมากหนีเข้ามายังประเทศไทย ปัจจุบันสถานการณ์ภายในรัฐฉานก็ยังไม่มีเสถียรภาพทางความมั่นคง ซึ่งยังมีกองกำลังติดอาวุธต่างๆ อยู่หลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่เจรจาหยุดยิงกับรัฐบาลทหารพม่า และกลุ่มที่กำลังต่อสู้เพื่อทวงถามสัญญาปางโหลง ซึ่งในพื้นที่ที่ไม่มีเหตุการณ์ปะทะ รัฐฉานก็ยังพอมีความเงียบสงบอยู่ แต่หากพื้นที่ใดมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านและมีเหตุปะทะกับทหารพม่าบ่อย พื้นที่นั้นจะถูกกำหนดเป็นพื้นที่สีแดง ซึ่งทหารรัฐบาลพม่าสามารถทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องเกรงใจใคร โดยเฉพาะการบังคับโยกย้ายหมู่บ้านที่ให้แล้วเสร็จภายในไม่กี่วัน แต่อย่างไรก็ตาม ชาวไตหรือไทใหญ่ ยังมีความหวังลึกๆว่า สักวันหนึ่งรัฐฉานจะได้เป็นเอกราช ไม่ขึ้นกับทางพม่าอีกต่อไป…… รวบรวมโดย "คนเครือไท www.khonkhurtai.org" คนเครือไท เป็นศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับไทใหญ่ - รัฐฉาน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรการเมืองและการทหารกลุ่มใด
|







