|

วันที่ 12 -14 ธันวาคม 2555 นี้ ชมรมวัฒนธรรมไต (ไทใหญ่) ทั่วรัฐฉานร่วมกันจัดงานประเพณีปีใหม่ไต ปีที่ 2107 ที่เมืองเชียงตุง เมืองหลวงอันดับสองของรัฐฉาน (อยู่ในภาคตะวันออกรัฐฉาน) โดยงานนี้มีกำหนดจัดเป็นงานใหญ่กว่าทุกครั้งที่เคยจัดมา ซึ่งมีการเชิญตัวแทนทุกกลุ่มองค์กรของไทใหญ่จากทั่วทุกสารทิศและประชาชนทุกชาติพันธุ์เข้าร่วม จะมีการสัมมนาเกี่ยวกับวรรณกรรมไต การแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์ไต และจะมีนักร้องดังของไทใหญ่ทั่วรัฐฉานมารวมตัวสร้างความบันเทิงกันที่นี่
กำหนดการจัดงาน
วันที่ 12 ธันวาคม 2555 เปิดงานและจัดพิธีฉลองสมณะศักดิ์พระภิกษุสงฆ์ไทใหญ่ ที่จบการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ
วันที่ 13 ธันวาคม 2555 จัดการสัมมนาเกี่ยวกับวรรณกรรมและวัฒนธรรมไต (ช่วงกลางวัน) ณ อาคารสโมรสรไทลื้อ พิธีเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า 2106 ต้อนรับปีใหม่ 2107 (เที่ยงคืน)
วันที่ 14 ธันวาคม 2555 คารวะพระสังฆราชาแห่งเมืองเชียงตุง (ช่วงเช้า) ฉลองปีใหม่ไต 2107 (ตลอดทั้งวัน-คืน)
หมายเหตุ.. มีการแสดงดนตรีนักร้องไทใหญ่ชื่อดังจากทั่วรัฐฉาน , การแสดงจ๊าตไต (ลิเกไทใหญ่), ลำวงย้อนยุคเชียงตุง และการแสดงทางวัฒนธรรมมากมายตลอดงาน

เกี่ยวกับเมืองเชียงตุง
เมืองเชียงตุง หรือ เขมรัฐตุงคบุรี หรือนครเขมรัฐ เป็นเมืองหลวงอันดับสองของรัฐฉาน อยู่ห่างจากชายแดนไทยด้านอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประมาณ 160 กม. โดยชาวไทใหญ่เรียกชื่อเมืองนี้ว่า เก็งตุ๋ง ก่อตั้งมานานนับร้อยปี เชียงตุงมีประชากรหลากหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกัน ส่วนใหญ่จะเป็นชาวไทขึน หรือ ไทเขิน มีไทใหญ่ และ พม่า รองลงมา ยังมีชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น อาข่า ปะด่อง ว้า ฯลฯ
ประวัติศาสตร์ในช่วงแรกของเชียงตุงไม่ชัดเจน แต่มีตำนานเล่าขานกันว่า เคยเกิดน้ำท่วมใหญ่ท่วมเมือง มีฤๅษีนามว่า ตุงคฤๅษี แสดงอิทธิฤทธิ์ทำให้นำไหลออกไปอยู่ตรงกลางเมือง ทำให้เกิดเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ เรียกกันว่า หนองตุง อันเป็นที่มาของชื่อ เชียงตุง เป็นแว่นแคว้นที่เจริญรุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา และ วัฒนธรรม อุดมไปด้วยป่าไม้ และ มีเจ้าฟ้าที่เข้มแข็งปกครอง จึงเฉลิมนามให้ใหม่ว่า เขมรัฐตุงคบุรี
หลักฐานที่เป็นพงศาวดารของเมืองได้กล่าวไว้ว่า เมื่อจุลศักราช 791 (พ.ศ. 1772) พญามังรายได้เสด็จประพาสป่าและทรงไล่กวางทองมาจนถึงเมืองเชียงตุง พระองค์ทรงเล็งเห็นภูมิประเทศของเมืองเชียงตุง ก็พอพระทัยมาก จึงยกกองทัพมารบ ยึดเมืองเชียงตุงไว้ในอาณาเขต และส่ง เจ้าน้ำท่วม ผู้เป็นราชบุตรไปปกครองเมืองเชียงตุงเมื่อ พ.ศ. 1786 เชียงตุงจึงเป็นเมือง "ลูกช้างหางเมือง" หรือ "เมืองลูกหลวง" ขึ้นกับอาณาจักรล้านนาและได้รับอิทธิพลทางพุทธศาสนาจากล้านนา ก่อนจะกลายเป็นเมืองประเทศราชของพม่าในสมัยพระเจ้าบุเรงนอง และเป็นอาณานิคมของอังกฤษไปพร้อมกับพม่า
ในสมัยการล่าอาณานิคมนี้ ทำให้เกิดเจ้าฟ้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเชียงตุง พระนามว่า เจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลง หรือ เจ้าอินแถลง ซึ่ง อยู่ร่วมสมัยกับ รัชกาลที่ 5 ของไทย พระองค์ปกป้องเมืองเชียงตุงไม่ให้กลายเป็นเมืองอาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ แต่หลังจากพระองค์สิ้นพระชนม์ เชียงตุงก็ตกไปอยู่ภายใต้อำนาจของอังกฤษจนกระทั่งในสมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ได้ส่งกำลังทหารเข้ายึดเมืองเชียงตุง และ เมืองพาน จากอังกฤษ ที่เคยเป็นของชาวสยาม โดยมีความช่วยเหลือ จากญี่ปุ่น มีข้ออ้างว่ามีประวัติ และ เชื้อชาติที่เหมือนกัน
นอกจากนั้น กองทัพไทยยังเข้าไปโจมตีและปกครอง เมืองตองยี และ สิบสองปันนาอีกด้วย แต่ไทยก็มิได้ปกครองโดยตรง ญี่ปุ่นช่วยให้บริเวณเมืองเชียงตุง และ เมืองพานมาร่วมเข้ากับประเทศไทย รวมทั้งหมดนี้ทำให้จัดตั้งเป็น สหรัฐไทยเดิม แต่ก็อยู่ได้เพียงแค่ 3 ปี ก็ต้องคืนกลับให้แก่อังกฤษเหมือนเดิม เพราะว่าญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม ปัจจุบันเชียงตุงจึงเป็นส่วนหนึ่งพม่า
เมืองเชียงเชียงตุง เป็นเมืองที่มีคำขวัญประจำเมืองว่า เมืองเจ็ดเชียง เก้าหนอง สิบสองประตู
 หอวังเจ้าฟ้าเชียงตุง ถูกทหารพม่าทำลายเมื่อปี 2534 ปัจจุบันแปลสภาพเป็นโรงแรมของรัฐบาล
|