|
วันพุธที่ 15 สิงหาคม 2012 เวลา 14:10 น. |
|
|
|
|
|
นักวิเคราะห์ชี้ องค์กรช่วยผู้อพยพพม่า ควรรื้อฟื้นนโยบายช่วยเหลือต่อไป |
|
Khonkhurtai : 15 สิงหาคม 2555
 (ภาพประกอบ) ผู้อพยพไทยใหญ่ในศูนย์อพยพแห่งหนึ่งชายแดนไทย - พม่า (รัฐฉาน) ด้านจังหวัดเชียงใหม่
นักวิเคราะห์ชี้ หลังองค์กรต่างประเทศที่ให้ความช่วยเหลือด้านงบประมาณและสิ่งของเครื่องใช้แก่ผู้อพยพตามแนวชายแดนไทย – พม่า ได้ตัดงบประมาณลดการช่วยเหลือ ทำผู้อพยพต้องเผชิญสถานการณ์การเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ ระบุ องค์กรเหล่านั้นควรรื้อฟื้นนโยบายให้ความช่วยเหลือเช่นเดิม ....
นักวิเคราะห์การเมืองในพม่าชาวไทยใหญ่ซึ่งพำนักอยู่ชายแดนไทย-พม่า ด้านจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากประธานาธิบดี เต็งเส่ง ประกาศสร้างสันติภาพประเทศเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2554 และเริ่มทำการเจรจากับกลุ่มติดอาวุธจนนำไปสู่การหยุดยิงแล้ว 12 กลุ่ม ทำให้องค์กรให้ความช่วยเหลือผู้อพยพตามแนวชายแดนไทย – พม่า เห็นว่าสถานการณ์ในประเทศสหภาพพม่าดีขึ้นและได้มีการตัดงบประมาณการช่วยเหลือลง ขณะที่รัฐบาลพม่าได้ประกาศเรียกร้องให้ผู้พลัดถิ่นและผู้อพยพกลับถิ่นฐานบ้านเกิด ซึ่งมีผู้พลัดถิ่นเดินทางกลับไปบ้างแต่ส่วนใหญ่ยังไม่กล้ากลับเพราะยังไม่มั่นใจสถานการณ์
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คนเดิม ระบุว่า เหตุกองกำลังไทใหญ่ RCSS/SSA เกิดมีปัญหากับกองทัพว้า UWSA ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเกิดจากผลกระทบจากเหตุองค์กรช่วยเหลือผู้อพยพตามแนวชายแดนลดการให้ความช่วยเหลือ ทำให้ผู้อพยพต้องพึ่งพาตัวเองโดยต้องออกทำไร่ ทำสวนตามป่าเขาขยายพื้นที่ออกไป ขณะที่กองกำลังไทใหญ่ RCSS/SSA ก็ต้องไปให้ความดูแลด้านความปลอดภัย แต่ทหารว้าเข้าใจผิดทำให้สองฝ่ายเกิดเป็นปัญหากระทบกระทั่งกัน
"หลังจากรัฐบาลพม่าเจรจาหยุดยิงกับกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่ม สถานการณ์ภายในประเทศรวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศดีขี้น อย่างไรก็ตามแม้ว่าการจะมีการเปลี่ยนแปลงในเมืองบ้าง แต่ตามพื้นที่ชนบทห่างไกลยังเผชิญสภาพไม่แตกต่างจากก่อนหน้ายังไม่มีการหยุดยิง ซึ่งชาวบ้านยังคงถูกละเมิดสิทธิ์ทั้งการยึดที่ดินและการบังคับใช้แรงงาน ในรัฐฉานยังคงเกิดการสู้รบกันระหว่างทหารพม่ากับกองกำลังไทใหญ่ SSA ทั้งกลุ่มเหนือและกลุ่มใต้อยู่เป็นระยะ ในส่วนผู้อพยพนอกจากจะยังไม่กล้าเดินทางกลับแล้วยังมีผู้อพยพใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นองค์กรช่วยหลือผู้อพยพควรทบทวนนโยบายช่วยเหลือต่อไป" เขาระบุ
ด้านผู้นำกองกำลังไทใหญ่ RCSS/SSA กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า นับตั้งแต่ต้นปีนี้มา กองกำลังไทใหญ่ SSA และกองกำลังว้า UWSA ได้เกิดปัญหากันแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มี.ค. กองกำลังว้าเข้าควบคุมตัวทหารสื่อสารของ SSA จำนวน 2 นาย ที่ปฏิบัติการอยู่บริเวณถ้ำงอบ ดอยกิ่วก่อ หลังจาก SSA ส่งเจ้าหน้าที่ไปเจรจาจึงได้รับการปล่อยตัว ต่อมาวันที่ 16 มิ.ย. ทหารกองกำลังว้ากว่า 500 นายขึ้นล้อมฐานบัญชาการ SSA หน่วยพื้นที่เชียงตุง ด้านดอยก่อวัน ตรงข้ามอ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย อ้างว่าชาวบ้านในพื้นที่ SSA บุกรุกเข้าไปทำไร่ในพื้นที่ของตน หลังผู้นำในพื้นที่เจรจากันเรื่องจึงยุติ และล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา ทหารกองกำลังว้า UWSA เข้าควบคุมตัวทหาร SSA อีก14 นาย ชาวบ้านอีก 16 คน โดยอ้างว่ารุกล้ำพื้นที่อีก ซึ่งทาง SSA ส่งเจ้าหน้าที่ไปเจรจาก็ไม่ยอมรับ จนถึงขณะนี้ทหารว้า UWSA ยังไม่ได้ปล่อยตัวทหาร SSA ที่ควบคุมตัวไว้ |
คอมเมนต์คอมเมนต์
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds