|
วันพุธที่ 25 กรกฏาคม 2012 เวลา 09:59 น. |
|
|
|
|
|
ไทย - พม่าเซ็นต์สัญญาร่วมมือพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย - แหลมฉบัง |
|
Khonkhurtai : 25 กรกฎาคม 2555

วันที่ 23 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหารือกับ ประธานาธิบดีเต็ง เสง ของเมียนมาร์ว่า ยินดีกับความสัมพันธ์ที่มีความใกล้ชิดระหว่างไทยกับเมียนมาร์ และขอขอบคุณที่ร่วมกันผลักดันความร่วมมือต่างๆ ให้มีความคืบหน้า ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนรวมถึงการแรงงานเมียนมาร์ในไทย และการปราบปรามยาเสพติด โดยทั้ง 2 ประเทศจะฉลองความสัมพันธ์ทางการฑูตครบรอบ 65 ปี ในปี 2556 และฝ่ายไทยพร้อมขยายความร่วมมือกับเมียนมาร์เพิ่มเติม และเสนอให้มีการจัดตั้งสมาคมมิตรภาพเมียนมาร์-ไทย คู่ขนานกับ สมาคมไทย-พม่าเพื่อมิตรภาพ อีกทั้ง ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนเมียนมาร์อย่างเต็มที่
โดยไทยได้เสนอแผนงานความร่วมมือการพัฒนา ประกอบด้วย 4 สาขาหลักดังนี้ 1.การเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรของเมียนมาร์ 2.การเตรียมความพร้อมในการเป็นประธานอาเซียนของเมียนมาร์ในปี 2557 3.การปฏิรูปเศรษฐกิจและพัฒนาทางเลือก และ 4.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
นอกจากนี้ ยังยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการร่วมกันผลักดันทาเรือน้ำลึกทวายให้สำเร็จเป็นรูปธรรม ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกที่ทวายเข้ากับท่าเรือแหลมฉบังของไทย เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศและภูมิภาค โดยฝ่ายเมียนมาร์จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย ส่วนไทยจะได้รับประโยชนากการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก พร้อมกับตกลงกันที่จะจัดตั้งคณะทำงาน โดยมีระดับรัฐมนตรีซึ่งจะประชุมร่วมกันในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อที่จะพิจารณาประเด็นต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ และหาแนวทางการขยายพื้นที่เศรษฐกิจร่วมกัน รวมถึงการดูแลให้ความสำคัญกับชุมชนในพื้นท่บริเวณนั้นอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ยังเสนอให้มีการเปิดด่านผ่านแดนถาวรระหว่างไทย-มียนมาร์เพิ่มเติม ได้แก่ 1.ด่านกิ่วผาวอก จ.เชียงใหม่ 2.ด่านบ้านห้วยต้นนุ่น จ.แม่ฮ่องสอน และ 3.ด่านบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี นอกจากนี้ไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาตามความเหมาะสมของการเปิดจุดผ่อนปรนที่ตะโกบน จ.ราชบุรีด้วย มากกว่านั้น ยังได้ลงนามข้อตกลงความสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่
1.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาที่ครอบคลุมในเขตเศรษฐพิเศษฐกิจทวาย และพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการยืนยันพันธะของฝ่ายไทยที่ร่วมมือกับเมียนมาร์ในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก และนิคมอุตสาหกรรมทวาย รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น
2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการพัฒนาในเมียนมาร์ ซึ่งอยู่ใน 4 สาขาหลัก คือ การเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรของเมียนมาร์ การเตรียมความพร้อมในการเป็นประธานอาเซียนของเมียนมาร์ในปี 2557 การปฏิรูปเศรษฐกิจและพัฒนาทางเลือก และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
3. ถ้อยแถลงร่วมว่าด้วยการจัดตั้งเวทีหารือด้านพลังงาน
"ความตกลงเหล่านี้จะช่วยทำให้การพัฒนาการในด้านความร่วมมือระหว่างไทยกับเมียนมาร์ในด้านต่างๆ เป็นไปอย่างแน่นแฟ้นและเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ และจะร่วมมือกันพัฒนาการผลิตข้าวของเมียนมาร์ พร้อมกับหารือกันในเรื่องของความร่วมมือด้านแรงงาน ซึ่งฝ่ายไทยได้รับที่จะดูแลแรงงานเมียนมาร์ด้วยความเป็นธรรม และมีสิทธิภายใต้กฎหมายไทย" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ที่มา..มติชนออนไลน์ 23 กรกฎาคม 2555
|